ที่สุด...ความเลวก็กัดกินตัวเอง! แฉลึกบึ้มถี่ 3 ครั้งซ้อน หวังบีบ"คสช." ถอดใจลงจากอำนาจ เจอ"บิ๊กตู่" สวนไม่สงบไม่ลต.-เล่นเอาแก๊งป่วนไปไม่เป็น




อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews


เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เหตุลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเมื่อ 3-4 วันก่อน หวังผลทางการเมือง 100 % เพราะไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องแสดงความอำมหิตต่ำกว่าเดรัจฉานด้วยการลอบไปวางระเบิดในพื้นที่ที่แม้แต่ยามศึกสงครามยังต้องละเว้น...อย่างโรงพยาบาล แถมชั่วช้าขนาดกล้าใส่ "ตะปู" จำนวนมากเป็นสะเก็ดระเบิดหวังสังหารผู้บริสุทธิ์อย่างจงใจ หากไม่ต้องการให้เรื่องนี้เป็นชนวนให้ประชาชนตั้งคำถามกับรัฐบาล...ถึงการดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยในสังคม...แม้แต่โรงพยาบาลยังหาความสงบไม่ได้...แล้วยังจะเป็นรัฐบาลต่อไปได้หรือ...นั่นคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ?!


...ส่วนจะคล้องจองกับห้วงเวลา 3 ปี คสช.หรือไม่นั่นยิ่งไม่ต้องพูดถึง...เพราะต่อให้ตื้นเขินทางการเมืองเพียงใด...ยังย่อมมองออกได้ไม่ยาก


loading...
ความจริงก่อนหน้าเกิดเหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎ ก่อนหน้านั้นเพียงแค่เดือนเศษ คือต้นเดือนเมษายน ก็เกิดเหตุระเบิดก็เช่นเดียวกันนี้ที่หน้ากองสลากเก่าบริเวณถนนราชดำเนินกลาง จากนั้นอีกไม่นานคือช่วงวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เกิดอีกครั้งที่หน้าโรงละครแห่งชาติ-ท้องสนามหลวง โชคดีทั้ง 2 ครั้งนั้นไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ หรือมีก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อยจากเสียงของระเบิดที่ทำให้หูอื้อ 2 หรือ 3 คน...ต่างกับครั้งนี้ที่ รพ.พระมงกุฎที่ผู้ผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 25 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 1 คน

ผู้รู้ต่างวิเคราะห์ตรงกันว่า ระเบิดทั้ง 3 ครั้งเกิดจากคนลงมือกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะครั้งหลังสุดที่ รพ.พระมงกุฎนั้น มีเป้าหมายมุ่งตรงไปที่ความต้องการกดดัน และบีบคั้นให้รัฐบาล คสช. ถอดใจและลงจากอำนาจโดยเร็ว...เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง...ทั้งหลายทั้งปวงนั้นเพื่อให้กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม และคนบางคนกลับเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจอีกครั้ง...ดังที่เรามักจะเห็นกลุ่มการเมืองบางปีกของพวกเขา...ซึ่งอยู่ในคราบนักศึกษา-เยาวชนออกมาเคลื่อนไหวคู่ขนาน...เรียกร้องให้ คสช.คืนอำนาจจัดการเลือกตั้งโดยเร็วตามหน้าสื่ออยู่เนืองๆ



...อย่างไรก็ดี อาจมีคำถามโต้แย้งว่า...แล้วพวกที่อยากจะให้จัดการเลือกตั้ง...ได้ประโยชน์อะไรจากเสียงระเบิด...เรื่องนี้ตอบได้แบบยกเหตุผลเชิงประจักษ์ให้พิจารณาดูได้เลยว่า...เพราะพวกเขาเชื่อว่า...ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ และยังจับมือใครดมไม่ได้ จะกดดันรัฐบาลซึ่งเป็นผู้รักษาความสงบของบ้านเมืองจะถอดใจในที่สุด...เชื่อได้แค่ไหน...ก็พิจารณาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษาฯ-พฤษภาฯ ปี 52-53 เป็นตัวอย่าง



ทว่า...ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะพอสิ้นเสียงระเบิด พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาสวนกลับทันทีว่า "หากาบ้านเมืองยังเป็นแบบนี้ มีการวางระเบิด ใช้อาวุธสงคราม ทำให้เกิดความแตกแยกขัดแย้งในหมู่ประชาชน บ้านเมืองมีปัญหาเหมือนเดิมที่ผ่านมา แล้วจะเลือกตั้งได้หรือ"



แถม พล.อ. ประยุทธ์ ยังระบุด้วยว่า "ขอร้องอย่าบิดเบือนว่า รัฐบาลทำเรื่องนี้เองคงไม่มีรัฐบาลบ้าที่ไหนทำแบบนั้น เว้นแต่คนที่อยากเป็นรัฐบาลแล้วคิดจะทำ แต่ผมไม่เคยคิดแบบนั้น อยากให้ย้อนกลับไปดูในวันที่ประเทศไม่เรียบร้อยว่ามีใครเคยทำแบบนี้บ้าง"

 ว่าไปแล้ว...คำพูดของ "บิ๊กตู่" ชัดเจนมากที่สุดครั้งหนึ่งก็ว่าได้... โดยเฉพาะประโยคที่ว่า "เว้นแต่คนที่อยากเป็นรัฐบาลแล้วคิดจะทำ"...นั่นยิ่งชัดเสียจนไม่ต้องตีความ


ว่ากันว่า...เมื่อโดนนายกฯ "บิ๊กตู่" สวนกลับในลักษณะนี้...ผู้ที่คิดว่าเสียงระเบิดนั้นจะก่อผลสะเทือน และตัวเองได้ประโยชน์...ถึงกับไปไม่เป็น...เพราะไม่คิดว่า นายกฯ คสช. จะรู้ทัน...และตีเข้าไปที่ใจกลางของความต้องการของตัวเอง



...ผู้รู้ยังฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า...โปรดจับตาดูห้ามกะพริบ...ต่อจากนี้ แก๊งป่วน...จะวางบึ้มที่ไหนอีก...หรือต้องปรับยุทธวิธีใหม่ หลัง "ลุงตู่" สวนแบบตีไปที่กล่องดวงใจว่า..."ไม่เลือกตั้ง...หากบ้านเมืองไม่สงบ"



เรียบเรียงโดย

นายอารมณ์ เคนหล้า : สำนักข่าวทีนิวส์
Cr http://www.tnews.co.th/contents/bg/322226

กดถูกใจ (Like) ​ติดตามข่าวสาร
Previous
Next Post »